‘บริจาคเลือด ต่อชีวิต ด้วยการให้’

June 14, 2017

“แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลแค่ไหน แต่มนุษย์เราก็ไม่สามารถผลิตเลือดใช้เองได้ นอกจากการบริจาคเลือดเท่านั้น จะช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดได้” ผศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เริ่มบทสนทนา

เตรียมพร้อมก่อนบริจาคเลือด

ผศ.พญ.ปาริชาติ ให้คำแนะนำต่อไปว่า การบริจาคเลือดทำได้ทุก 3 เดือน แต่ก่อนบริจาคเลือดแต่ละครั้ง ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน โดยผู้บริจาคเลือดควรมีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี หากมีอายุ 17 ปี ย่างเข้า 18 ปี ต้องได้รับการลงชื่อยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน และต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป ตามเกณฑ์สภากาชาดไทย ส่วนโรงพยาบาลศิริราช ต้องมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป และผู้บริจาคต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว อย่างเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น

ต่อมาคือ ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ หากตื่นนอนและรู้สึกเพลีย เนื่องจากนอนหลับไม่สนิท ก็ไม่เหมาะกับการบริจาคเลือด เพราะร่างกายจะไม่พร้อม อาจทำให้เป็นลมได้ ส่วนการรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อย่างเช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ผัดซีอิ๊ว ผัดกะเพรา เป็นต้น เพราะจะทำให้เลือดข้นมาก พลาสมาขุ่น ทำให้ปั่นเกล็ดเลือดไม่ได้ และคัดแยกเลือดลำบาก นอกจากนี้ หากผู้บริจาครับประทานยามาก่อนบริจาค อย่างยาปฏิชีวนะ ที่ป้องกันเลือดแข็ง หรือยากดสิว ซึ่งเป็นยาที่มีผลกระทบต่อผู้รับ และทารกในครรภ์ ผู้บริจาคควรแจ้งให้ผู้คัดกรองประวัติรู้ทุกครั้ง

ผศ.พญ.ปาริชาติ ให้คำแนะนำต่อว่า หากผู้บริจาคมีอาการไข้ ไม่สบาย ไม่ควรบริจาค และผู้ที่ผ่าตัดหรือทำฟัน ควรเว้นระยะเวลา 3 วัน ก่อนบริจาคด้วย อีกทั้งผู้บริจาคต้องไม่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี โรคเอดส์ โรคซิฟิลิส เพราะโรคเหล่านี้ถ่ายทอดผ่านการให้เลือดได้ หากเป็นผู้หญิงไม่ควรอยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะช่วงเวลาระหว่างนั้นต้องใช้พลังงานสำรองของร่างกายทำงานหนักอย่างอื่น และทีสำคัญ ผู้บริจาคควรมีสติสัมปชัญญะ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังบริจาคเลือด

หลังบริจาคเลือดต้องทำอย่างไร

ผศ.พญ.ปาริชาติ บอกว่า เมื่อบริจาคเลือดเสร็จ ควรนั่งพักก่อน เพื่อจะได้สังเกตอาการ เพราะคนที่มีอาการแทรกซ้อนอย่าง หน้ามืด เป็นลม จะเกิดขึ้นหลังบริจาคเลือดในเวลาอันสั้น และควรงดใช้แขนข้างให้เลือดยกของหนัก ออกกำลังกาย อย่างเล่นเทนนิส  ตีกอล์ฟ  เพราะอาจจะเกิดอาการช้ำ หรือบวมที่แขนได้ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ เพราะร่างกายจะได้ไม่แห้งจากการเสียเลือด นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทำงาน หรืออยู่บนที่สูง ควรงดการอบซาวน่า เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเป็นลมได้ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

การบริจาคพิเศษ

ผศ.พญ.ปาริชาติ อธิบายว่า นอกจากการบริจาคเลือดแล้ว การบริจาคพิเศษอื่นๆ อย่างเช่น การบริจาคพลาสมา เกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดง ฯลฯ เป็นการบริจาคเสริมที่ทำขึ้น เพื่อหาเลือดให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย โดยผู้บริจาคจะเป็นผู้ที่เคยบริจาคเลือด และได้รับการคัดกรองประวัติการติดเชื้อ เนื่องจากธนาคารเลือดจะได้รู้หมู่เลือด สภาพหลอดเลือด ขั้นตอนการบริจาคต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะการบริจาคพลาสมาจะผ่านเครื่องรับแยกทันที ซึ่งมีการรับแยก พลาสมา เม็ดเลือด เกล็ดเลือด ผู้บริจาคจึงต้องมีเวลาและสุขภาพดีพอสมควร 

ข้อดีของการบริจาคเลือด คือ ?

“ข้อดีที่สุดคือ ทุกคนที่บริจาคจะรู้สึกดี และปลาบปลื้มที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นอกจากนี้ การบริจาคเลือดจะทำให้เราเข้าใจ และได้ความรู้เกี่ยวกับการประพฤติตัวให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ  และผู้บริจาคเองก็จะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ช่วยให้ผู้บริจาครู้จักดูแลตัวเอง และอีกหนึ่งข้อดีคือ ผู้บริจาคเลือดเป็นประจำจะมีสุขภาพที่ดีมากด้วย” ผศ.พญ.ปาริชาติ บอกทิ้งท้าย

 /ขอบคุณ สสส